Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Shopd2

Pages: [1] 2 3 ... 202
3


ททท. จับรางวัลผู้โชคดีในโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 มูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาท พร้อมสรุปรายได้หมุนเวียนกว่าหมื่นล้านบาท

บ่ายวานนี้ (20 กันยายน 2564) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในงานจับรางวัลผู้โชคดีโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 อาคาร ททท.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 ได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม - 15 กันยายน 2564 โดยมีพันธมิตรหลัก ประกอบด้วย เครือ Asset World, บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล, FN outlet, King Power, MBK, สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์, กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์, The Mall Group, Terminal 21, Air Asia, Bangkok Airways, Lion Air, Nok Air, Thai Smile, Thai Vietjet Air, Siam Global House, Major, MAYA, OR, JD Centra, Lazada, M Online, Shopee, UTU, JCB, UnionPay International (Thailand), VISA, Nissan และผู้ประกอบการทั่วประเทศ รวมกว่า 10,000 ราย ร่วมมอบมอบสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 80% เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่พำนักในประเทศไทย

 รวมทั้ง ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น Shopping Destination รวมถึงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 



โดยการจับรางวัลผู้โชคดีในครั้งนี้เป็นการมอบของขวัญชิ้นพิเศษหลังสิ้นสุดโครงการฯ ให้กับผู้ที่มียอดการใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าโครงการสะสมครบทุก 2,000 บาท จะได้ 1 สิทธิ์ ในการลุ้นรับรางวัล 60 รายการ จำนวน 293 รางวัล เช่น รถยนต์ All-New Nissan Kicks E-Power รุ่น V, iPhone 12 Pro Max 256 GB, บัตรห้องพักโรงแรม Cantara Grand Beach Resort Phuket, ทองคำรูปพรรณ หนัก 1 บาท ฯลฯ มูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาท ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 เดือน มีผู้ใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการในร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยมีจำนวนสิทธิ์ในการชิงโชคลุ้นรับรางวัลใหญ่มากกว่า 5,000,000 สิทธิ์ และมีรายได้จากโครงการรวมประมาณกว่า 10,000,000,000 บาท คาดว่าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2021 Amazing ยิ่งกว่าเดิม จะช่วยดึงดูดกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจในภาวะฟื้นฟูและทำให้เกิดเงินหมุนเวียนsในระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ททท. จะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 25 กันยายน 2564 และมีกำหนดจัดพิธีมอบรางวัล ในวันที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น. ณ อาคาร ททท.
 

4
อย่าเพิ่งยิงแอด ถ้ายังไม่เรียน คอร์สออนไลน์ 98 บาท

5


กาตาร์ เจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุต.โลก 2022 มีข่าวเตรียมทาบทาม 'เลดี้กาก้า' ซูเปอร์สตาร์เพลงป๊อปหญิงชาวอเมริกัน และศิลปินชื่อดังอีกคับคั่ง มาร่วมร้องและแดนซ์สะบัดในพิธีเปิดการแข่งขัน ก่อนเกมคู่แรกจะเริ่มขึ้น

เหลือเวลาอีก 1 ปีก่อนที่ เวิลด์ คัพ ครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้นบนแผ่นดินกาตาร์ นอกจากการเตรียมสนามให้พร้อมในทุกหนแห่ง เจ้าภาพยังพร้อมมอบความบันเทิงให้แก่ผู้ชมทั่วโลก ด้วยเสียงเพลงและดนตรีสไตล์ตะวันตก

หนึ่งในศิลปินที่ถูกทาบทามมาร่วมโชว์พิธีเปิดก็คือ เลดี้กาก้า สุดยอดป๊อปสตาร์หญิงเจ้าของเพลง 'Bad Romance' และการแต่งตัวฉูดฉาดอลังการ นอกจากนี้ก็ยังมีศิลปินระดับตำนานอย่าง แอ๊บบ้า และ แอโร่สมิธ ที่ถูกติดต่อไปหาด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น กาตาร์ ยังจัดเตรียมเรือสำราญขนาดใหญ่ 2 ลำ จุคนได้มากกว่า 6,000 คน มาร่วมปาร์ตี้ฉลองให้กับศึกฟุต.โลกฉบับตะวันออกกลาง ซึ่งมีกำหนดการเปิดสนามอย่างเป็นทางการ วันที่ 21 พฤศจิกายน ปีหน้า

ทั้งนี้ เหตุที่เจ้าภาพกาตาร์ สามารถชวนศิลปินระดับโลกมาปรากฏตัว เพราะศิลปินเหล่านี้อยู่ในสังกัด ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ค่ายเพลงที่เป็นพันธมิตรกับ ฟีฟ่า องค์กรลูกหนังผู้จัดฟุต.โลก ทำให้สามารถเจรจาร่วมงานกันได้

สำหรับ เลดี้กาก้า นอกจากมีเพลงฮิตคับคั่งและเป็นขวัญใจของคนฟังเพลงทั่วโลก ยังสร้างผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมในการแข่งขันกีฬามาแล้ว กับศึก ซูเปอร์โบว์ล เมื่อปี 2017 หลังถูกเชิญมาเล่นโชว์ช่วงพักครึ่ง และโชว์การแดนซ์อย่างสนุกสนานประทับใจคนดูอย่างมาก

6
สินค้ามือสอง ราคาถูกมาก!!!!!

7
น้ำมันว่านจูงนาง   ใส่ตะกรุดนะเมตตามหานิยม ให้ทุกขวด  ขวดละ 399 บาท


 หุงด้วย น้ำมันบารมีครู 108 มหามงคล (น้ำมันแช่เหล็กไหลไพลดำ น้ำมันว่านไก่แดง น้ำมันว่าน 108 น้ำมันเกราะเพชร น้ำมันจักรพรรดิ น้ำมันชาตรี มวลสารมหามงคล 108 รัตนชาติฐานรองพระธาตุพระสีวลี )  

ช่วยในเรื่องเมตตา มหาเสน่ห์และโชคลาภ

คาถากำกับ     ปาสุอุชา จิตตังภิกขิรินิเม    ท่อง  9 จบ

แล้วอธิษฐานใช้เจิมตามซอกคอ ตามตัว ทาที่คิ้ว เจิมที่หน้าผาก พกติดตัว

ว่านจูงนางนักเลงชาย หญิง แต่โบราณ ชอบสาว ชอบหนุ่มใด มักจะเอาดอกเอาต้นว่านไปแช่น้ำมันจันทร์บ้างน้ำมันเสน่ห์ต่างๆหรือผสมกับสีผึ้งใช้ติดตัวทางปาก ทาหน้าทางมือ เพราะมีความเชื่อว่าว่านจูงนางนี้มีพลังเสน่ห์เมตตามหานิยมรุนแรง ต่อเพศตรงข้าม หรือเพศเดียวกัน ชักจูงได้ง่าย ทำให้อีกฝ่ายคล้อยตามง่าย เชื่อง่าย และยังกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่ายให้เกิดความหลงใหลได้อย่างง่ายดาย และว่านจูงนางนี้ยังสามารถช่วยให้เจรจาค้าขายกับผู้คนต่างๆอย่างได้ผลพ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจมักมีติดตัวไว้ใช้กัน

 ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สั่งซื้อบูชา ทักแชทได้เลย

หรือติดต่อได้ที่
โทร. 0846623662
id line : teerapat999

ลาซาด้า
 https://www.lazada.co.th/products/-i1162308605-s2732826682.html?search=store?spm=a2o4m.10453683.0.0.10b96d16q6OJEJ&search=store 

9
เพนดูลั่มลูกดิ่งพลังจิต พร้อมคู่มือ 399 บาท

ประโยชน์ของเพนดูลั่ม
ใช้สื่อสารกับเทพ เทวดาและถามในสิ่งที่เราไม่รู้ ใช้สำหรับตรวจประเมินสุขภาพ ใช้เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเรา ตรวจฮวงจุ้ย ตรวจเช็คพลัง วัตถุมงคล ตรวจหาของหาย ใช้ทำน้ำมนต์ ใช้ดึงพลังเข้าตัว
การตรวจเช็คพุทธคุณ พลังจากพระเครื่อง วัตถุมงคล ของทนสิทธิ์ ต่าง ๆ
โดยปกติจะทำได้เฉพาะผู้ทรงญาณสมาบัติ แต่วิธีง่าย ๆ โดยผู้ที่มีสมาธิเ้พียงขณิกสมาธิ (แนะนำให้ได้ถึงอุปจารสมาธิ) ก็สามารถทำได้ โดยการใช้เพนดูลั่มเป็นตัวตรวจเช็ค ซึ่งจะมีความถุูกต้องประมาณ 80-90 % โดยผู้ที่ตรวจจะต้อง
1. วางอุเบกขา ให้ได้ ไม่คิดไปก่อน หรือบังคับให้เพนดูลั่ม ทำตามสิ่งที่คิด
2. ต้องมีพื้นฐานความรู้เรื่องวัตถุมงคล เล็กน้อย เช่น รู้ว่า พระเครื่อง วัตถุมงคล จะมีความเด่น ด้านใดบ้าง ซึ่งก็จะมี เด่นด้าน
- เมตตามหานิยม คนรักคนชอบ เข้าหาลูกค้า เข้าหาเจ้านาย
- แคล้วคลาดปลอดภัย
- คงกระพันชาตรี
- มหาอุต ปืนแตก
- มหาลาภ เกี่ยวกับด้านโชค ลาภ
- ป้องกันคุณไสย
- กันสะท้อน คือป้องกันคุณไสย แล้วยังสะท้อนกลับไปยังผู้ที่ปล่อยคุณไสยนั้น โดยแรงสะท้อนกลับก็จะขึ้นกับผู้ที่ใส่วัตถุมงคลนั้น ๆ เช่น ผู้ที่ทรงศีลบริสุทธิ์แรงสะท้อนก็จะมากกว่ากว่าคนที่ศีลขาด คนที่มีศีล 8 ก็จะมากกว่า คนมีศีล 5 ....
- ทำน้ำมนต์ คือวัตถุมงคลนั้น ๆ สามารถนำไปทำน้ำมนต์รักษาโรค ได้
- อื่น ๆ
สำหรับวิธีการใช้เพนดูลั่มในการตรวจเช็ควัตถุมงคล
1. นำวัตถุมงคล พระเครื่อง เครื่องราง ของทนสิทธิ์ นั้น ๆ วาง ไว้บนพื้นโต๊ะ หรือบนภาชนะที่สูงกว่าพื้นธรรมดา หากอาจใช้หนังสือ ผ้ามารองก่อนว่า เพื่อมิให้เป็นการปรามาส
2. ขอขมาพระรัตนตรัย ก่อน เพื่อบอกกล่าว ว่าการตรวจเช็คนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะปรามาส แต่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าวัตถุมงคลชิ้นนี้ได้ผ่านการปลุกเสก หรือพุทธาภิเศก มาแล้ว (วิธีการนี้ก็จะสามารถตรวจดูพระปลอม ที่เขาทำปลอม หรือทำเกินจำนวนแล้วไม่ได้เข้าพิธี แต่ก็มีบางกรณีที่มวลสารในการสร้างพระเป็นมวลสารที่มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ในกรณีนี้ก็ต้องยิ่งคำถามที่แตกประเด็นออกไป)
3. ใช้เพนดูลั่ม จ่อเหนือวัตถุมงคลนั้น ๆ ให้ห่างจากวัตถุมงคลประมาณ 1 น้ิว เป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันการกระทบด้วยแรงแหว่งซึ่งมาจากวัตถุมงคลนั้น ๆ
4. ดูทิศทางของแรงแหว่งที่ออกมาจากวัตถุมงคลนั้น ๆ ว่าไปตามทิศทางใดบาง ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ โดยทั่วไปถ้าพุทธคุณรอบด้าน จะทำให้เพนดูลั่มหมุนเป็นวงกลม ถ้าแรงแหว่งมีมากก็แสดงว่ามีพุทธคุณมากตาม บางองค์ แทบจะทำให้เพนดูลั่มหลุ่ดจากมือ
5. ตั้งคำถาม ถามเพนดูลั่ม ไปที่ละข้อ ตามความเด่นของวัตถุมงคล เช่น พระองค์นี้เด่นด้านมหาลาภ ด้านคงกระพันชาตรี ... ไปเรื่อย ๆ จนครบ แล้วก็จะทราบว่าพระองค์นี้เด่นด้าน....ครบทุกด้านหรือไม่
การใช้เพนดูลั่มตรวจพลังนี้สามารถตรวจพลังของหิน ได้ จึงเป็นที่นิยมของนักสะสมหิน จะมีเพนดูลั่มในการตรวจพลังหินไว้ติดตัว

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สั่งซื้อบูชา ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่

โทร. 0846623662
id line : teerapat999

ลาซาด้า
https://www.lazada.co.th/.../-i1134792176-s2626624357...

10


สดช. เปิดเผยผลสำรวจโครงการ Thailand Digital Outlook ระยะที่ 3 พบคนไทยมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตสูง 6 – 10 ชั่วโมงต่อวัน เล็งเก็บตัวเลขต่อเนื่องทุกปี หวังเป็นถังข้อมูลเก็บผลสำรวจเศรษฐกิจดิจิทัลไทย พร้อมจับมือ 6 หน่วยงานด้านดิจิทัลภาครัฐจัด MOU หวังยกระดับความร่วมมือนำข้อมูล และผลสำรวจใช้วางแผนยุทธศาสตร์องค์กร ขานรับนโยบายประเทศเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ได้กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Thailand Digital Outlook ระยะที่ 3 ว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยริเริ่มในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในคณะนโยบายขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (The Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) ในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งนำไปสู่การดำเนินงานโครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานภาพการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ

“กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล และโครงการนี้ก็สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว โดยมีเป้าหมายในการจัดทำข้อมูลและผลวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล มาประยุกต์ใช้ในการช่วยประเมินและผลักดันการดำเนินการด้านยุทธศาสตร์ 20 ปี” นายชัยวุฒิกล่าว 



โดยเสริมว่า ผลการศึกษาวิจัยจากโครงการนี้เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยสามารถแสดงภาพการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศอันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายดิจิทัลของกระทรวงฯ สดช. และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสะท้อนให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของประเทศไทยในปัจจุบันที่ต้องได้รับการพัฒนาต่อยอด หรือปรับปรุงแก้ไขต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนยังสามารถนำข้อมูล ผลการสำรวจ และผลการศึกษาวิจัยต่างๆ จากโครงการศึกษาวิจัย Thailand Digital Outlook ระยะที่ 3 นี้ ไปใช้ประโยชน์ต่อยอดได้ ทั้งการปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงาน การให้บริการภาคประชาชนและภาคธุรกิจ การออกนโยบาย และมาตรการส่งเสริมภาคประชาชนและภาคธุรกิจต่างๆ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และการวางแผนดำเนินกิจการในธุรกิจสำหรับภาคเอกชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสอดรับกับสภาพตลาดในยุคดิจิทัลไทยแลนด์



ด้าน นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจัย Thailand Digital Outlook ระยะที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาด้านดิจิทัลของไทย ให้มีมาตรฐานในระดับนานาชาติรวมถึงแนวทางและมาตรการในการขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสามารถสร้างให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของไทยและสากล ตลอดจนการจ้างงานที่มีคุณค่าสูงรองรับการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน โดย สดช. ได้เริ่มดำเนินโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2561

“สดช. ได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลสำรวจและวิเคราะห์ ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจดิจิทัล ตามแนวทาง Measuring the Digital Transformation และ Digital Economy Outlook ของ The Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนสามารถนำผลการศึกษามาประเมินและใช้ประกอบการพิจารณาการกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยในการกำหนดแนวทางการส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญ เราจะมีโมเดลการจัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดที่เป็นแนวทางการจัดเก็บข้อมูลในระดับสากล (OECD) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมการจัดเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูลตัวชี้วัด ตามแนวทางการจัดเก็บของ OECD อีกด้วย” นางวรรณพรกล่าว



นอกจากนี้ สดช. ยังได้มีการลงนามความร่วมมือในโครงการ Thailand Digital Outlook ซึ่งเป็นผลสำรวจดัชนีชี้วัดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ร่วมกับหน่วยงานด้านดิจิทัลของภาครัฐอีก 6 หน่วยงานด้วยกัน ประกอบด้วย สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร) ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวได้มีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐที่มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน รวมถึงเป็นการยกระดับการบริหารงานภาครัฐให้เป็นระบบดิจิทัล ที่มีระบบการทำงานและข้อมูลเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยนำผลการศึกษา Thailand Digital Outlook ของประเทศไทย รวมถึงข้อมูลและชุดข้อมูลในการศึกษานี้ไปใช้ในการวางยุทธศาสตร์องค์กรของแต่ละหน่วยงานอีกด้วย

สำหรับการศึกษาวิจัย Thailand Digital Outlook ระยะที่ 3 ได้ศึกษาการเข้าถึง พฤติกรรม และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตในภาคประชาชน การใช้ช่องทางออนไลน์ การลงทุนวิจัยและการพัฒนาทักษะของบุคลากรด้านดิจิทัลทั้งในองค์กรธุรกิจเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ โดยได้ทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาคประชาชน (จำนวน 39,145 ตัวอย่าง) ภาคธุรกิจเอกชน (จำนวน 3,381 ตัวอย่าง) และหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการปฐมภูมิแก่ประชาชน (จำนวน 935 ตัวอย่าง) การสำรวจได้ดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ได้ประกาศมาตรการควบคุมและบรรเทาเหตุการณ์ดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดที่มีการระบาดอย่างรุนแรง รวมถึงการทำงานแบบ work from home ในองค์กรภาคธุรกิจเอกชนและหน่วยงานรัฐบาล



การสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนถึง 85.1% มีการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยระยะเวลาการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-10 ชั่วโมงต่อวัน โดยวัตถุประสงค์หลักของการใช้อินเทอร์เน็ตในภาคประชาชนเพื่อรองรับการทำงาน (75.2%) การรับบริการออนไลน์ทางด้านการศึกษา (71.1%) การทำธุรกรรม ซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ (67.4%) การติดต่อสื่อสารสนทนา (65.1%) การทำธุรกรรมออนไลน์ด้านการเงิน (54.7%) กิจกรรมสันทนาการ (53.1%) มีส่วนร่วมในการดำเนินการภาครัฐ (49.6%) การรับบริการออนไลน์ทางด้านสาธารณสุข (48.6%) ติดตามข่าวสารทั่วไป (39.1%) การใช้งานด้านอื่นๆ (35.6%) การสร้างสรรค์เนื้อหาหรือคอนเทนต์ต่างๆ (28.2%) และทำธุรกรรมด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ (2.2%) การสำรวจยังพบว่า 76.6% ของประชาชนยังซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม โดยมี Shopee และ Lazada เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ยอดนิยมอันดับต้นๆ การศึกษายังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 60.7% ใช้บริการออนไลน์ภาครัฐ ยกตัวอย่างเช่น การชำระค่าน้ำและค่าไฟ นอกจากนี้ 64.6% ของประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างยังทำงานโดยใช้การประชุมทางไกลผ่าน VDO Conference อีกด้วย โดยสถานที่หลักที่ประชาชนนิยมใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19ได้แก่ ที่พักอาศัยของตนเอง (70.2%) และสถานที่ทำงาน (22.2%)

อย่างไรก็ตาม การศึกษาพบว่า 61.7% ของประชาชนมักเกิดความเครียดบ่อยมากขึ้นเมื่อทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ หากมองถึงความปลอดภัยในการซื้อขายหรือทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ มีเพียงแค่ 43.6% ของประชาชนที่รู้จัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ 43.1% ของประชาชนเคยพบปัญหาด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยี การป้องการทางเทคโนโลยีโดยส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนรหัสผ่านในการเข้าระบบเท่านั้น



สำหรับภาคธุรกิจเอกชน การสำรวจพบว่า 98.4% ของผู้ประกอบการมีการใช้อินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ธุรกิจเอกชนยังมีการใช้เทคโนโลยีในเรื่องของ Cloud และ Data Analytics สูงขึ้น โดยผู้ประกอบการใช้ Cloud ถึง 70.3% และทำ Data Analytics สูงถึง 61.5% และ ใช้ AI ในเรื่องของ Chatbot สูงถึง 41% โดยช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นได้แก่ธุรกิจทางด้านการเกษตรเพิ่มขึ้น 54.6% ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 27.4% และธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น 27.9% ในขณะที่การท่องเที่ยวและสันทนาการมีการใช้ออนไลน์ลงลดถึง 76.4% โดยสาเหตุหลักอาจจะเกิดจากการปิดประเทศทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางจากจังหวัดหนึ่งไปยังจังหวัดอื่นๆได้ ในขณะที่แฟชั่นลดลง 44.8% และวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรลดลง 36.5% เนื่องจากมีจำนวนโรงงานที่ปิดตัวมากขึ้น

การสำรวจยังพบว่า 73.9% ของผู้ประกอบการยังมีช่องทางออนไลน์เพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการ และ 28.0% ของผู้ประกอบการมีการสั่งซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ โดยช่องทางออนไลน์และสื่อสังคมที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ได้แก่ ยูทูป (YouTube) ไลน์ (Line) เฟสบุ๊ค (Facebook) และทวิตเตอร์ (Twitter) เป็นต้น นอกจากนี้ มีผู้ประกอบการจำนวนมากถึง 88.5% ที่ใช้บริการออนไลน์ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยื่นภาษีและนำส่งข้อมูลบัญชี เกี่ยวกับปัจจัยทางด้านบุคลากรดิจิทัล 66.4% ของผู้ประกอบการมีการจัดจ้างพนักงานไอที โดยพนักงานเหล่านั้นจะมีหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาด้านไอที 33.6% ของผู้ประกอบการยังมีการจัดฝึกอบรมพนักงานไอทีอีกด้วย ทางด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล 80.5% ของผู้ประกอบการรู้จัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในขณะที่ 27.1% ของผู้ประกอบการเคยพบปัญหาด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยี โดยการป้องกันส่วนใหญ่จะใช้ระบบยืนยันตัวตน



สำหรับหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการปฐมภูมิแก่ประชาชน อันได้แก่ โรงเรียนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) การศึกษาพบว่า 76.4% มีการใช้อินเทอร์เน็ต การศึกษายังพบว่า 69.1% ของหน่วยงานภาครัฐมีการให้บริการออนไลน์ โดยมีเฟสบุ๊คเป็นช่องทางออนไลน์ที่นิยมมากที่สุด และมีบริการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลเป็นบริการที่มีมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจ พบว่าสัดส่วนพนักงานไอทีในหน่วยงานภาครัฐยังมีจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับพนักงานในแผนกอื่นๆ หรือเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 5% โดยเจ้าหน้าที่ไอทีส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ดูแลและพัฒนาเว็บไซต์เป็นหลัก น้อยกว่า 10% ของพนักงานไอทีที่ได้รับการฝึกอบรมในหน่วยงานอีกด้วย ทางด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีดิจิทัล 69.7% ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐรู้จัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในขณะที่ 39.7% เคยพบปัญหาด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยี

“ผลการสำรวจทำให้เรามองเห็นถึงปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทย ทั้งในด้านการนำนวัตกรรมดิจิทัลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ การลงทุนในนวัตกรรมดิจิทัลทั้งในแง่ของผู้ประกอบการและนักวิจัย และการสร้างทักษะแรงงานด้านดิจิทัลในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาอีคอมเมิร์ซทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ” นางวรรณพรกล่าว

11
Room Fiberry รูมไฟเบอรี่ ดีท็อกซ์ชนิดผงชงดื่ม ดื่มง่าย ถ่ายคล่อง
 

สุขภาพดีเริ่มต้นที่.. " การขับถ่าย "ROOM FIBERRY (รูม ไฟเบอร์รี่)ตัวช่วยของคนรักสุขภาพ เติมเต็มส่วนที่ขาด กำจัดส่วนเกินกินทุกวันแต่ไม่ขับถ่ายทุกวัน ต้นเหตุของ "โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง"อาทิเช่น ท้องผูก ท้องเสีย มะเร็งลำไส้ใหญ่อ้วนลงพุง และโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูดซึมของเสีย หรือสารพิษที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายทำให้เซลล์ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระต่างๆ
 
Room Fiberry (รูม ไฟเบอร์รี่) มีส่วนช่วยในการดีท็อกซ์ร่างกายมากถึง 5 ระบบ
- ระบบลำไส้
- ระบบตับ
- ระบบไต
- ระบบเลือด
- ระบบผิวหนัง
 
•รวบรวมสารสกัดจากผักผลไม้ถึง 36 ชนิด
• อุดมไปด้วยวิตามินและใยอาหารที่จำเป็นจากผักและผลไม้ 7 สี
• เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
• กวาดเศษปฏิกูลของเสียออกจากส่วนที่ติดค้างในลำไส้
• ดูดสารพิษและกลิ่นเน่าเหม็น
• ขับถ่ายตามเวลาภายใน 8-12 ชั่วโมง
• ช่วยให้ผิวพรรณสดใสมากขึ้น
• ช่วยให้ร่างกานผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น
• รสชาติมิกซ์เบอร์รี่ หอม อร่อย ทานง่าย
 
Room Fiberry“ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค”“อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค”“ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ”ผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา
 
ขึ้นทะเบียน เลขที่ 13-1-01760-3-0002
 
บรรจุ 1 กล่อง / 14 ซอง
วิธีรับประทาน ชงน้ำเย็น 50-100 ml/1 ซอง ดื่มก่อนนอน วันละ 1 ซอง
 ราคา  590 บาท

สนใจติดต่อสอบถาม/สั่งซื้อ
Tel. 0846623662
Line id : teerapat999

ข้อมูลเพิ่มเติม   http://porntaywa99.lnwshop.com/p/1233

 
#รูมไฟเบอรี่ดีท็อกซ์กระชับสัดส่วน#ROOMFIBERRY ดูแลผิวพรรณป้องกันความอ้วน##ดีท๊อก#ดีท๊อกลำไส้ #ดีท๊อกของเสีย #วิตามิน #เพื่อสุขภาพที่ดี #ลดพุง #ถ่ายคล่อง #สินค้าดี

12
ชื่อดีเสริมมงคล เกื้อหนุนให้ประสบความเจริญรุ่งเรืองดังใจหวัง

รับวิเคราะห์ชื่อให้ฟรี !!!!

รับตั้งชื่อ ตั้งชื่อเด็ก เปลี่ยนชื่อ หาชื่อมงคล
ใช้ทั้ง 3 ศาสตร์ คือตามหลักทักษา เลขศาสตร์ อายตนะ

ตามความเชื่อแบบไทย "ชื่อ" เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะไม่เพียงจะเป็นคำที่ใช้แทนตัวเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้คุณให้โทษแก่เราอีกด้วย ดังนั้นการ "ตั้งชื่อ" ให้แก่เด็กหรือแม้แต่เปลี่ยนชื่อให้ตัวท่านเอง ต้องทำตามตำราจึงจะเป็นมงคล

การตั้งชื่อมงคลให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามเงื่อนไขของทุกศาสตร์ทุกตำรา เพื่อจะได้ชื่อดี ๆ สักชื่อนึงไม่ง่ายเลย ต้องมีการวิเคราะห์ชื่อแยกแยะอักขระ คำนวณวิเคราะห์ร้อยชื่อพันชื่อหากโชคดีอาจได้มาสักชื่อนึงก็เป็นได้ ได้ชื่อแล้วจะต้องดูผลคำทำนายรวมกับนามสกุลอีก ใช้แต่ละศาสตร์กลั่นกรองชื่อ แต่ละชื่อใช้เวลาในการคำนวณพอสมควร

ค่าครูในการตั้งชื่อ 299 บาท (จากปกติ 599 บาท) ท่านจะได้รับ

รับชื่อมงคล 2-3 ชื่อ มีคำอ่านและคำแปลของชื่อ
วิเคราะห์ชื่อใหม่ให้ทั้ง 3 ศาสตร์ ไม่ว่าหลักทักษา หลักเลขศาสตร์ หลักอายตนะ
ชื่อที่ได้รับจะผ่านการทำพิธีเสริมดวง เสริมมงคลให้ด้วย
ฤกษ์ในการเปลี่ยนชื่อ
พิธีกรรมที่ส่งเสริมการใช้ชื่อใหม่ ให้เกิดความเป็นสิริมงคล

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ชื่อฟรี ตั้งชื่อ เปลี่ยนชื่อ ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่

โทร. 0846623662
id line : teerapat999

เวปไซด์ http://porntaywa99.lnwshop.com/p/3
  

13


ดีเฮ้าส์พัฒนา เผยทิศทางธุรกิจโค้งสุดท้าย เร่งดำเนินการ UPark Market โครงการมิกซ์ยูส แหล่งศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมแผนการเปิดโครงการ River Condo คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น ชูกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน รักษาความสามารถการทำกำไร

นายพงศ์พจน์ เลิศรุ้งพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดมหาสารคาม ประเภทที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์เพื่อขายหลากหลายรูปแบบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2564 บริษัทเร่งดำเนินงานโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารที่มีการใช้งานแบบผสมผสาน (Mixed-Use) ตั้งอยู่บนถนนสายบ้านท่าขอนยาง-บ้านขี ใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โครงการดังกล่าวถือเป็นแหล่งศูนย์รวมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งร้านค้าปลีก ปั๊มน้ำมัน และร้านอาหาร บนเนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 52 ตร.ว. ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.สถานีบริการน้ำมัน และร้านค้าปลีก ภายใต้แบรนด์ ปตท. ขนาด 4 เครื่อง 16 หัวจ่าย และร้านค้าเสริม 2 อาคาร 2.UPark Street อาคาร Street Food ขนาด 1,990 ตร.ม. ประกอบด้วย ร้านขายอาหาร 86 ร้าน และลานโล่งสำหรับวางเต็นท์ขายสินค้า ขนาด 7,010 ตร.ม. ประกอบด้วย ร้านอาหาร 26 ร้าน และร้านค้า 132 ร้าน ขณะนี้ได้รับการอนุญาตก่อสร้างแล้ว และคาดว่าพร้อมทยอยให้บริการในช่วงไตรมาส 1/65

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดโครงการ River Condo คอนโดมีเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 336 ยูนิต ริมคลองสมถวิล จ.มหาสารคาม พื้นที่โครงการ 3 ไร่ ภายใต้แนวคิดสุนทรียภาพของการใช้ชีวิตที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เติมเต็มความสุขด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ คลับเฮาส์ และฟิตเนส คาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในไตรมาส 2/65

ทั้งนี้ บริษัทมีการทำแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจ โดยมีโครงการในอนาคตตามแผนการพัฒนาที่ดินทุกแปลงของบริษัทหลากหลายรูปแบบ ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย หรือทำการค้าในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งบริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถการทำกำไร ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมไปถึงการสร้าง Landmark แห่งใหม่ภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคามในรูปแบบมิกซ์ยูส ในนาม UPark Market รวมถึงการขยายไปสู่คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ ซึ่งการออกแบบโครงการที่หลากหลายมาจากการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านความเหมาะสมของพื้นที่ กฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารและที่อยู่อาศัยทำเลที่ตั้งของโครงการ รวมถึงรูปแบบลักษณะผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ

ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่เปิดขาย 3 โครงการ มูลค่ารวม 803.63 ล้านบาท ได้แก่ โครงการเดอะแกรนด์ คาแนล โครงการแกรนด์ บิซ และโครงการพฤกภิรมย์ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะมียอดจองและยอดโอนทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก 2564 บริษัทมีรายได้รวม 37.54 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 47.07 ล้านบาท จำนวน 9.53 ล้านบาท หรือลดลง 20.24% และมีขาดทุนสุทธิ 2.39 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กลับมาระบาดหนักและทวีความรุนแรงในช่วงไตรมาส 2/64 ส่งผลให้การดำเนินงานบางส่วนของบริษัทเกิดความล่าช้า กระทบถึงแผนการโอนกรรมสิทธิ์บ้านไม่เป็นไปตามคาด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้บริษัทสามารถทำงานตามปกติ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

14
เครื่องทำน้ำแข็ง Cleanicethailand
เครื่องทำน้ำแข็ง Clean ice หมดปัญหาสักที กับความสกปรก ของน้ำแข็ง หรือน้ำแข็งละลายเร็ว อีกทั้งยังประหยัดกว่าเดิมถึง 5 เท่า
ไม่ว่าจะใส่เมนูน้ำชนิดไหนๆ เครื่องทำน้ำแข็ง cleanice ก็เอาอยู่ไปซะทุกอย่าง
เครื่องทำน้ำแข็ง ของเรารับประกันความประหยัดคุ้มค่าน่าลงทุน น้ำแข็งที่เย็น ละลายช้า สะอาด ไร้สารเคมีตกค้าง ราคาถูก สามารถทำให้เมนูน้ำของคุณน่ากินได้อีกกกด้วย ! 
เพราะว่าเราใส่ใจในความสะอาด และ ความสะดวกสบาย ด้วยดีไซน์เครื่องที่ออกแบบมา สวยทันสมัยตั้งในคาเฟ่ ก็เชิญชวนลูกค้าได้ดีอีกด้วย!!!! มีคุณภาพ เเละเอื้อต่อการใช้งานจริง
เมนูน้ำไหนๆ ใคร ๆ ก็อยากซื้อ น่าดื่มไปซะทุกอย่างเเบบนี้สิ รักเลย  ต้องลองแล้วค่ะถึงจะรู้ว่าของเราดีจริง
 Made in JAPAN 
สนใจสินค้า ปรึกษา สอบถามได้ที่
Tel: 02-024-9152-3 Mobile: 061-2780-780
ไลน์ไอดี: valaiporn25
website:https://www.cleanicethailand.com
facebook:https://www.facebook.com/cleanicethailand
#เครื่องทำน้ำแข็ง #เครื่องทำน้ำแข็งหยอดเหรียญ #ตู้กดน้ำแข็ง #ตู้กดน้ำแข็งหยอดเหรียญ #cleanice #cleanicethailand
 

 

 


Pages: [1] 2 3 ... 202